โรคภูมิแพ้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

Last updated: Jul 9, 2018  |  396 จำนวนผู้เข้าชม  |  Content

โรคภูมิแพ้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

ใครว่าภูมิแพ้เป็นโรคธรรมดาไม่ร้ายแรง ?




ผลจากการประเมินอุบัติการณ์ของโรคหอบหืด โดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) พบว่ามีผู้ป่วยโรคหอบหืดประมาณ 100-150 ล้านราย มีจำนวนผู้เสียชีวิตประมาณ 180,000 รายต่อปี และแนวโน้มจะมีผู้ป่วยด้วยโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นทั่วโลกด้วย


เห็นตัวเลขอย่างนี้แล้ว คุณเชื่อหรือยังว่า "โรคภูมิแพ้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา" เราไปทำความเข้าใจและรู้จักเจ้าโรคภูมิแพ้กันดีกว่าว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และจะมีวิธีป้องกันและดูแล รักษาอย่างไร ไม่ให้เจ้าโรคนี้เข้ามาใกล้ตัวคุณหรือคนที่คุณรัก

ในกลุ่มของโรคทั้งหลายที่มีสาเหตุมาจากภูมิแพ้ โรคหอบหืดถือว่าเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตรุนแรงที่สุด

โรคหวัดภูมิแพ้ หรือกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูก จามบ่อยคันตา คันคอ น้ำมูกใสไหลเอง อาจข้นเป็นช่วงๆ อาการดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเรื้อรังและอาจกำเริบเป็นระยะๆ

โรคหวัดภูมิแพ้นี้ ปัจจุบันมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงของการเกิดโรคหอบหืดอย่างได้ผล คือ การรักษาโรคหวัดภูมิแพ้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

องค์ประกอบที่สำคัญในการรักษาโรคภูมิแพ้ให้มีประสิทธิภาพ

การวินิจฉัยที่ถูกต้อง เช่น เป็นหวัดภูมิแพ้ที่มีหอบหืดหรือโรคไซนัสร่วมด้วยหรือไม่ จะต้องทราบว่าผู้ป่วยแพ้อะไรบ้างมากน้อยแค่ไหน
มีวิธีการปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร เช่น กรณีแพ้ ไรฝุ่น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคนี้
ใช้ยาที่มีผลข้างเคียงต่ำ ปลอดภัยในระยะยาว และมีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ผู้ป่วยควรทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับยาและวิธีใช้อย่างชัดเจน จากแพทย์หรือเภสัชกรที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะยาพ่นสูด ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จำนวนมากได้รับยาแก้อักเสบ (ยาปฏิชีวนะ หรือ antibiotics) บ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่อาจไม่จำเป็นเลย ซ้ำยังเป็นอันตรายหากใช้ยาผิดวิธี เช่น ใช้ยาอย่างไร เมื่อไร ควรหยุดยา และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เป็นต้น ผู้ป่วยภูมิแพ้จึงจำเป็นต้องรู้ ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อจะได้บำบัดโรคภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาสุขภาพ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ เช่น การบดปัจจัยเสี่ยงการพักผ่อน รับประทานอาหารถูกเวลาถูกหลัก และการผ่อนคลายอารมณ์
การรักษาโรคภูมิแพ้โดยการฉีดยาหรือวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการรักษาที่ได้ผล แต่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญและใช้เวลานานในการรักษา โดยการฉีดน้ำยาที่สกัดจากสารที่ผู้ป่วยแพ้จำนวนน้อยๆ และเพิ่มขึ้นสม่ำเสมอในระยะแรกอาจเป็นทุกอาทิตย์ประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นก็ จะเป็นทุก 2, 3 และ 4 อาทิตย์ตามลำดับ การรักษาในรูปแบบนี้ ผู้ป่วยควรได้รับข้อมูลที่เหมาะสมเกี่ยวกับวิธีการรักษา วัตถุประสงค์หลักของการรักษาผลที่คาดหวังและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนองค์ประกอบต่างๆ ที่ผู้ป่วยควรปฏิบัติที่นำไปสู่ความสำเร็จในการรักษาโรคภูมิแพ้

โดย: นพ.ตฤณ จารุมิลินท
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokhealth.com

Powered by MakeWebEasy.com